การอนุบาลลูกปลากัด
การอนุบาลลูกปลากัด

เมื่อการผสมพันธุ์เสร็จสิ้นลง แม่ปลาได้ไห้ไข่จำนวนมาก
ให้จับแม่ปลาออกจากบ่อเพาะเลี้ยง
ควรจะกระทำอย่าให้กระทบกระเทือนกับไข่ที่อยู่ในหวอด ปล่อยให้พ่อปลาคอยดูแลไข่ต่อไป
ไข่ที่ได้รับการผสมกับน้ำเชื้อแล้ว ภายใน 36 - 48 ชั่วโมง
ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำ ก็จะเริ่มฟักเป็นตัว ในระยะนี้เรียกว่า "หมัดหมา"
จะเกาะกันแน่นอยู่ภายในหวอด โดยมีพ่อปลาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ลูกปลากัดเมื่อเป็นตัวใหม่ ๆ ยังไม่สามารถว่ายน้ำได้ต้องอาศัยแขวนลอยอยู่ในหวอด
เมื่อร่วงหล่นลงมา พ่อปลาจะตามลงไปอมมาพ่นไว้ในหวอด
ลูกปลาในช่วงนี้ยังไม่ต้องการอาหารเพราะมีถุงไข่แดง (Yolk Sac) ติดตัวมาด้วย
ดังนั้นในช่วงระยะ 2 - 3 วันแรกยังไม่จำเป็นที่จะให้อาหาร
ลูกปลาในครอกหนึ่ง ๆ นั้นการเจริญเติบโตจะไม่เท่ากัน "ปลาหัวไข่"
หมายถึงไข่ปลาที่ถูกรัดในทีแรก ๆ
เมื่อเป็นตัวจะมีขนาดใหญ่กว่าและเจริญเติบโตได้เร็วกว่าลูกปลาที่ถูกรัดในตอนหลัง
จึงควรคำนึงถึงข้อนี้ด้วยว่าลูกปลาต้องการอาหารเมื่อไร

พ่อปลาที่ปล่อยเฝ้าไข่ไว้
หัวไข่ที่มีขนาดใหญ่
จากการวิจัย
โดยอาจารย์วันเพ็ญ มีนกาญจน์ และคณะ
ถึงการเจริญเติบโตของลูกปลากัดตั้งแต่อายุได้ 1 ถึง 30 วัน พบว่า
ลูกปลากัดอายุ 1 วัน ตัวอ่อนจะแขวนลอยตัวอยู่ในหวอด
ส่วนหัวคล้ายลูกน้ำ
บริเวณท้องจะมีถุงสะสมอาหารมองเห็นเป็นถุงกลมพบมีรงควัตถุสีดำบริเวณหัวและถุงสะสมอาหาร
ลำตัวมีลักษณะสีขาวขุ่น มีเยื่อครีบเกิดขึ้นรอบ ๆ ลำตัวจะเจริญต่อไปเป็นครีบ
ครีบก้น และครีบหาง สังเกตุเห็นครีบอกได้เด่นชัด เริ่มสังเกตุเห็นปากและรูก้น
ตามีสีดำและเด่นชัด ลูกปลาอายุ 2 วัน
ตัวอ่อนยังแขวนลอยติดกับหวอด ถุงสะสมอาหารของตัวอ่อนจะเริ่มยุบลงเล็กน้อย
ปากเริ่มเปิด รูก้นยื่นจากลำตัวเห็นชัด
เริ่มสังเกตุเห็นรอยแยกระหว่างกระพุ้งแก้มกับลำตัว
กระดูกสันหลังเจริญดีขึ้นซึ่งเป็นแกนของลำตัว ลักษณะเป็นข้อ ๆ
และก้านยื่นตามแนวเหมือนหนามเกิดขึ้นในแต่ละข้อ ลูกปลาอายุ 3 วัน
ตัวอ่อนจะมีถุงอาหารยุบลงเหลือเพียงเล็กน้อย ปากเริ่มเปิด พร้อมที่จะกินอาหาร
เยื่อครีบยังไม่แยกออกเป็นครีบหาง ครีบก้น ครีบหลัง
และเริ่มสังเกตุเห็นระบบทางเดินอาหาร ลูกปลาอายุ 4 วัน
ตัวอ่อนลูกปลาเริ่มว่ายน้ำสลับกับลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ เป็นเวลานาน ถุงอาหารยุบหมด
เห็นระบบทางเดินอาหารเด่นชัดขึ้น และมีกระเพาะลมเกิดขึ้นเหนือทางเดินอาหาร
เยื่อครีบเริ่มคอดเว้าแบ่งส่วนของครีบหาง ครีบก้น และครีบหลัง ลูกปลาอายุ 5
วัน ตัวอ่อนลูกปลาจะเริ่มแข็งแรงขึ้น
บริเวณท้องมีสีเข้มทึบไม่สามารถมองเห็นอวัยวะภายในได้
ส่วนของเยื่อครีบจะเกิดป็นครีบ และครีบหางเริ่มกลมมน ลูกปลาอายุได้ 6 - 9
วัน ตัวอ่อนของลูกปลาจะมีส่วนท้องหนาเพิ่มขึ้น
กระดูกบริเวณส่วนหางจะโค้งงอขึ้น เริ่มสังเกตุเห็นก้านครีบของครีบหาง
แต่ก้านครีบยังไม่แบ่งเป็นข้อ ๆ
ลักษณะของกระดูกสันหลังเห็นข้อและหนามที่ยื่นออกมาตามข้อเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ
ลูกปลาอายุ 10 วัน ลูกปลาจะเริ่มหากินเหมือนกับตัวเต็มวัย
เยื่อครีบแบ่งออกเป็นครีบหลัง ครีบหางมีก้านครีบ 8 ก้าน แต่ไม่แบ่งเป็นข้อ ๆ
และเห็นครีบก้นอย่างชัดเจน ลูกปลาอายุ 15 วัน
ลูกปลาจะเริ่มมีลำตัวทึบแสง ไม่สามารถมองเห็นอวัยวะภายใน เห็นกระเพาะลมเด่นชัด
ครีบหางเปลี่ยนเป็นรูปกลมมน มีก้านครีบ 10 ก้าน ยังไม่แบ่งเป็นข้อ ๆ
ลูกปลาอายุ 30 วัน ลูกปลาจะมีลำตัวหนาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
จนทึบแสงไม่สามารถมองเห็นอวัยวะภายใน มีรงควัตถุกระจายบริเวณลำตัวและหัวมีแถบสีดำ
2 แถบขนานกันอยู่กลางลำตัวจากหัวไปถึงโคนหาง ครีบก้นมีก้านครีบ 27 ก้าน ครีบหลัง
มีก้านครีบ 11 ก้าน มีลักษณะเหมือนกับตัวเต็มวัย

"ลูกหมัดหมา"ที่อาศัยแขวนลอยในหวอด
การอนุบาลลูกปลา
หลังจากที่ถุงอาหารเริ่มยุบลง และลูกปลาเริ่มว่ายน้ำได้แข็งแรง
ให้สังเกตุเมื่อเวลามีสิ่งแปลกปลอมผ่านบริเวณบ่อเพาะเลี้ยง
ลูกปลาจะว่ายน้ำพุ่งไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว ลูกปลาเริ่มต้องการอาหารในการเจริญเติบโต อาหารที่เหมาะสมในการอนุบาลลูกปลา
ได้แก่ โรติเฟอร์ ลูกไรแดง ลูกอาร์ทีเมีย
เมี่อลูกปลาเริ่มโตขึ้นก็เปลี่ยนเป็น ไรแดง อาร์ทีเมีย ตัวเต็มวัย
หรือลูกน้ำต่อไป
โรติเฟอร์
เป็นอาหารมีชีวิตที่เหมาะสมต่อการอนุบาลลูกปลาในวัยอ่อนได้ดี มีขนาดเล็กมาก
และมีคุณค่าทางอาหารสูง
และเคลื่อนไหวได้ช้า มีหลายสายพันธุ์ทั้งอาศัยในน้ำจืดและน้ำเค็ม (ติดตาม
การเพาะเลี้ยงโรติเฟอร์ ได้ใน คนรักปลา.คอม) ไรแดง
เป็นอาหารธรรมชาติที่ดีอีกชนิดหนึ่งในการอนุบาลลูกปลากัด มีคุณค่าทางอาหารสูง
และหาได้ง่าย การเพาะเลี้ยงไรแดง อาร์ทีเมีย
ไรน้ำสีน้ำตาลหรือไรน้ำเค็ม เป็นแพลงค์ตอนสัตว์น้ำเค็ม
มีคุณค่าทางอารหารสูง มีราคาไม่แพง แต่มีข้อเสียที่ไม่สามารถอาศัยอยูในน้ำจืดได้นาน
การเพาะเลี้ยงไรน้ำเค็มอาร์ทีเมีย

โรติเฟอร์
ตัวอ่อนไรแดง
ตัวอ่อนอาร์ทีเมีย
การหาอาหารใช้เลี้ยงลูกปลา
นั้นบางครั้งจะต้องหาอาหารที่ลูกปลาสามารถกินได้ ไม่ใหญ่จนเกินไป
มีวิธีบางอย่างที่สามารถช่วยให้ลูกปลานั้นมีอัตราการรอดสูง ต้องคำนึงถึง
ขนาดที่พอดีกับปาก ปริมาณที่ให้ และจำนวนลูกปลาที่มีอยู่
ความสะอาดของอาหารที่ให้ด้วย การใช้ไรแดง เป็นอาหารลูกปลา วิธีง่าย ๆ
เมื่อซื้อมาหรือไปหามาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
ให้ทำความสะอาดด้วยการเทไรแดงที่ได้มาใส่กะละมังที่มีน้ำสะอาดใส่อยู่
รอสักพักเพื่อให้ไรที่มีชีวิตลอยขึ้นผิวน้ำเป็นแพ ใช้กระชอนตาถี่
ๆ ช้อนไรแดงนั้นใส่ในกะละมังที่มีน้ำสะอาดอีกใบหนึ่ง
จนกว่าจะหมด เมื่อได้ไรแดงที่อยู่ในน้ำสะอาดให้หาขันพลาสติกที่ใส่น้ำสะอาดไว้อีกหนึ่งใบ
ช้อนไรแดงที่ลอยบนผิวน้ำในกะละมังด้วยกระชอนตาถี่ ๆ แล้วนำกระชอนนั้นไปแช่ไว้ในขัน
โดยให้ปากของกระชอนพาดอยู่ที่ขอบของขันพลาสติก ทิ้งไว้เฉย
ๆ ตัวอ่อนของไรแดงที่มีขนาดเล็กจะหลุดออกมาจากกระชอนอยู่ในขันพลาติกจำนวนมาก ใช้อนุบาลลูกปลาได้ดี
การที่จะได้ตัวอ่อนของไรแดงจำนวนมาก ให้นำไรแดงที่ได้มาใส่กะละมังทิ้งไว้ข้ามคืน
โดยเปิดเครื่องปั้มอากาศไว้
แล้วใช้แป้งหมี่ที่มีขายตามร้านชำทั่วไปมาใส่แก้วแช่น้ำไว้ตีให้เข้ากัน ทิ้งไว้สัก
10 นาที ตีให้เข้ากันอีกครั้ง (
ถ้าทิ้งข้ามคืนไว้ยิ่งดีมาก) ใช้ช้อนแกงตักน้ำแป้งที่ได้ใส่ลงไปในกะละมังไรแดง
3 ชั่วโมงต่อครั้ง ๆ ละ 3 - 4 ช้อนแกง
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนไรแดงที่ได้มา เวลาผ่านไปไรแดงที่มีความสมบูรณ์จะให้ตัวอ่อนจำนวนมาก
ให้ใช้วิธีเดิมในการกรองตัวอ่อน นำไปเลี้ยงลูกปลาได้ เช่นเดียวกันสำหรับไรทะเล
หรืออาร์ทีเมีย จากบทความในการเพาะไรน้ำเค็ม ให้ตีน้ำเกลือ โดยใช้อัตราส่วน เกลือ
300 กรัม (3 ขีด): น้ำ 1 ลิตร นำไรทะเลที่ซื้อมาใส่ลงไปทิ้งไว้ข้ามคืน
โดยใช้วิธีเดียวกับไรแดง เราจะได้ตัวอ่อนของอาร์ทีเมียจำนวนมาก แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า
ที่ได้เพาะฟักจากไข่อาร์ทีเมียเล็กน้อย
วิธีที่ได้กล่าวมานี้ได้ผ่านการทดลองและใช้งานจริงมาแล้วได้ผลดี ข้อเสียที่มีคือ
ไรแดงและไรทะเลที่ใช้วิธีนี้ได้ไม่เกิน 2 วัน จำนวนตัวอ่อนจะลดน้อยลง
ควรนำไรแดงและไรทะเล ไปให้ปลากัดที่มีขนาดใหญ่กินต่อไป
และเริ่มทำอีกจนกว่าลูกปลาสามารถกินตัวเต็มวัยได้

การเปรียบเทียบระหว่างลูกปลากับตัวอ่อนอาร์ทีเมีย
การเปรียบเทียบระหว่างลูกปลากับโรติเฟอร์
หมายเหตุ
พ่อปลาที่เลี้ยงลูกอยู่ในระยะแรก การให้อาหารควรจะเป็นไรแดง จะเหมาะสมที่สุด
ไรแดงที่สมบูรณ์จะให้ตัวอ่อนจำนวนมาก ขณะที่พ่อปลากินไม่หมด
ไรแดงจะให้ตัวอ่อนซึ่งพ่อปลาไม่สามารถมองเห็นได้
ปลาหัวไข่ที่ต้องการอาหารก่อนจะได้ใช้อาหารส่วนนี้ในการเจริญเติบโต
การทำเช่นนี้เรียกว่า "การลอยไร"

ลูกปลาที่กินอาหารจนอิ่ม
ลูกปลาจะหาอาหารกินตลอดเวลา
การใช้อาหารทดแทนเพื่ออนุบาลลูกปลา
ระยะเริ่มแรกลูกปลาต้องการอาหารโปรตีนจำนวนมาก
การใช้อาหารทดแทนในช่วงแรกด้วยการใช้ไข่แดงต้มสุก ไม่ว่าจะเป็น ไข่เป็ด ไข่ไก่
ไข่นกกระทา ก็ตาม มีวิธีง่าย ๆ ที่สามารถใช้ทดแทนอาหารมีชีวิตที่มีขนาดเล็กได้ คือ
ต้มไข่ให้สุกในน้ำเดือดนาน ๆ จนแข็ง
นำเฉพาะไข่แดงที่ได้มาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มาขยี้ผ่านกระชอนตาถี่ในชามที่ใส่น้ำไว้เล็กน้อย
เมื่อได้ไข่แดงที่ละเอียดดีแล้วให้เทใส่ ฟ๊อกกี้ (ที่ฉีดพ่นน้ำสำหรับรีดผ้า)
เติมน้ำลงไปอีก นำไปฉีดพ่นใส่แก้วน้ำที่ใส่น้ำไว้เต็มแก้ว
สังเกตุดูละออองของไข่แดงในแก้วน้ำว่ามีความหนาแน่นมากน้อยเพียงใด
ถ้ามีความหนาแน่นมากให้เติมน้ำลงไปอีก
จนสังเกตุได้ว่าละอองไข่แดงแยกกระจายดีไม่เกาะกันเป็นกลุ่มหนาแน่น
ความหนาแน่นของละอองไข่ถ้ามากและลูกปลากินไม่หมดจะทำให้น้ำเน่าเสียได้
(การทดสอบเพื่อให้ทราบความหนาแน่นของละอองไข่จึงจำเป็นมาก
ละอองไข่ที่ไม่หนาแน่นจะค่อย ๆ จมลงสู่ก้นบ่อเพาะอย่างช้า ๆ
พอดีกับที่ลูกปลากินได้ทัน และไม่มากจนเกินไป
ป้องกันน้ำเสียได้ดี) นำไปฉีดพ่นในบ่อเพาะเลี้ยงปลากัด
เพื่อใช้แทนอาหารมีชีวิตได้ดีในช่วงแรกของการอนุบาลลูกปลา

ลูกน้ำที่ควรระวัง
ตัวอ่อนแมลงปอ
ข้อควรคำนึงในการอนุบาลลูกปลา การใช้อาหารเพื่ออนูบาลลูกปลาควรให้แต่พอเพียงในครั้งหนึ่ง
ๆ เท่านั้น ถ้าเป็นไรน้ำจืดก็จะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก ถ้าเป็นไรทะเล
ที่อาศัยในน้ำทะเลซึ่งไม่สามารถอาศัยในน้ำจืดได้นาน จึงควรระวังให้ดี
ในกรณีที่นำพ่อปลาออกเร็ว ต้องคอยระวังลูกน้ำชนิดหนึ่ง
ที่ดูดเอาน้ำเลี้ยงของลูกน้ำอีกชนิดหนึ่งเป็นอาหาร
ผมไม่ทราบว่าเป็นสายพันธุ์ใหน ลูกน้ำนั้นสามารถจับลูกปลามาดูดน้ำเลี้ยงภายในตัว
ครั้งหนึ่ง ๆ จะมีลูกน้ำชนิดนั้นจำนวนมากในบ่อเพาะ ต้องตักออกจากบ่อเพาะเลี้ยงทันที
การเอาพืชน้ำมาเพาะปลาก็ควรจะทำความสะอาดให้ดี
อาจมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่พึงปราถนาปะปนมา โดยเฉพาะตัวอ่อนของแมลงปอ
เพียงชั่วคืนลูกปลาจะหายไปหมด การอนุบาลไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ต้องมีความพิถีพิถันสักเล็กน้อย
ถ้าได้ทำการเพาะเลี้ยงบ่อยเข้าจะทำได้อย่างไม่ติดขัด
ขอให้ท่านที่เริ่มเพาะปลากัดประสบความสำเร็จกันทุกท่านครับ
|