การเลี้ยงปลาหางนกยูง  ปลาสวยงาม โดย...มนตรี แสนสุข ชวลิต เจติพันธุ์ เพาะขยายพันธุ์ปลากระเบนสวยงามรายใหญ่
ปลาหางนกยูงเป็นปลาสวยงามที่เราท่านรู้จักกันมาแต่โบราณตามท้องร่องที่มีน้ำสะอาด ปลาหางนกยูงเป็นปลาที่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะที่เป็นปลาสวยงาม ในประเทศไทยได้มีการนำเข้ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยนิยมเลี้ยงกันเพราะเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายมาก มีสีสันสวยงาม สามารถเลี้ยงรวมกันเป็นฝูงได้ จากการเป็นปลาผิวน้ำและเป็นปลาขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจนเหมือนปลาชนิดอื่น ๆ อีกทั้งการแพร่ขยายพันธุ์ก็กระทำได้ง่ายมาก เนื่องจากเป็นปลาที่ปฏิสนธิภาย ในตัว และออกลูกเป็นตัว โดยปลาที่มีความพร้อมที่จะขยายพันธุ์จะมีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป โดยปลาตัวเมียเมื่อได้รับการผสมแล้วจะสามารถให้ลูกไปได้ราว 2-3 ครอก ซึ่งการขยายพันธุ์ก็เพียงแค่จับปลาตัวผู้และตัวเมียมาเลี้ยงไว้รวมกันปัจจุบัน ปลาหางนกยูงได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้มีสีสันและลวดลายรวมทั้งขนาดลำตัวให้แตกต่าง สวยงามไปจากพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติเยอะมาก ยกตัวอย่างสายพันธุ์ เช่น ทักซิโด้, กร๊าซ, คอบร้า, โมเสค , หางดาบ, นีออน เป็นต้น
ปลาหางนกยูง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Poecilia reticulata Peters 1859 มีชื่อสามัญว่า Guppy อยู่ในครอบครัว Poecidae เป็นปลาอออกลูกเป็นตัว และมีถิ่นกำเนิด ทาง ทวีปอเมริกาใต้แถบเวเนซูเอลล่า หมู่เกาะคาริเบียนของประเทศบาร์บาโดสและในแถบลุ่มน้ำอเมซอน ในธรรมชาติอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อยที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งจนถึงน้ำไหลเรื่อยๆ ปลาตัวผู้มีขนาด 3 - 5 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาด 5 - 7 เซนติเมตร ปลาหางนกยูงที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม (Fancy guppies)ซึ่ง เป็นปลาที่ได้รับการคัดพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์มาจากพันธุ์พื้นเมือง ( Wild guppies ) ที่พบแพร่กระจายอยู่ในธรรมชาติลักษณะเด่นที่ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้สายพันธุ์ใหม่ๆ คือ ลักษณะสีและลวดลายบนลำตัวและลวดลายบนครีบหางและรูปแบบของครีบหาง ซึ่งในการเรียกสายพันธุ์ต่างๆ จะถูกตั้งชื่อตามลักษณะดังกล่าว เยอะมาก ยกตัวอย่างสายพันธุ์ เช่น ทักซิโด้, กร๊าซ, คอบร้า, โมเสค , หางดาบ, นีออน เป็นต้น
ปลาหางนกยูงทีดีต้องมีลักษณะลำตัว มีขนาดใหญ่ หนาสมส่วน ไม่คดงอ ครีบหางใหญ่ พริ้วหนา แข็งแรงสมบูรณ์ไม่ฉีกขาด ขณะว่ายน้ำพลิ้วไม่พับถูกต้องตามสายพันธุ์ คมเข้มชัดเจน สีและลวดลาย มีความสมบูรณ์
การเลี้ยงปลาหางนกยูง ปลาหางนกยูงเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ไม่ยุ่งยากแต่จำป็นต้องใส่ใจถึงความสะอาดทั้งด้านน้ำ และอาหารที่ใช้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการเลี้ยงปลาสวยงาม น้ำที่ใช้เลี้ยง ควรเป็นน้ำสะอาดปราศจากคลอรีน มีความเป็นกรด ด่าง (pH ) 6.5 7.5 มีปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำไม่ต่ำกว่า 5 มก.ต่อลิตรความกระด้างของน้ำ 75 - 100 มก.ต่อลิตร ความเป็นด่าง 100 200 มก.ต่อลิตร และอุณหภูมิน้ำ 25 29 ºC และควรมีน้ำไหลหมุนเวียนตลอดเวลา อาหารที่ใช้เลี้ยง ปลาหางนกยูงสามารถกินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ (Omnivorous) ในการเลี้ยงพ่อแม่ พันธุ์จึงสามารถให้อาหารจำพวกสัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่นลูกน้ำ ไรแดง (Moina) ไรสีน้ำตาล (Artemaia) หรือหนอนแดง(Chironomus) หรืออาจจะเลี้ยงด้วยอาหาร สำเร็จรูป ที่มีปริมาณโปรตีนไม่ต่ำกว่า 40% อาหารสดก่อนให้ทุกครั้งควรฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับอาหาร โดยควรแช่อาหารในด่างทับทิมเข้มข้น 500 - 1,000 ส่วนในล้าน ส่วน(0.5 - 1.0 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ) เป็นเวลาประมาณ 10 20 วินาที ปริมาณอาหารสด ควรให้ 10% ของน้ำหนักตัวหรือให้กินแต่พออิ่ม ส่วนอาหารแห้งควรให้วันละ 2 - 4% ของน้ำหนักตัวปลา โดยให้อาหารวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและตอนเย็น ส่วนการถ่ายเทน้ำควรจะทำทุกวัน โดยดูดน้ำออกวันละประมาณของ 1 ใน 4 ของปริมาณน้ำแล้วเติมน้ำให้เท่าระดับเท่าเดิม
การเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง ในการเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง นอกเหนือจากวิธีการเพาะพันธุ์แล้ว วิธีการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์และการอนุบาลลูกปลานับว่าเป็นปัจจัยที่ล้วนแต่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ซึ่งได้กล่าวถึงปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ คือ การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาหางนกยูง เนื่องจากปลาหางนกยูง จะเจริญถึงวัยเจริญพันธุ์ เมื่อปลามีอายุเพียง 3 เดือนเท่านั้นเมื่อลูกปลาพอที่จะแยกเพศได้ (อายุประมาณ1- 1 1/2 เดือน ) ควรเลี้ยงแยกเพศไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาผสมพันธุ์กันเอง จะทำให้ปลามีลักษณะที่ด้อยลง
การคัดเลือกพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ควรเลือกเพศผู้ที่มีความสมบูรณ์ แข็งแรง สมส่วน ครีบหางใหญ่แผ่กว้างพลิ้วสวย เวลาว่ายไม่หักพับ สีสันสวยงามตรงตามสายพันธุ์นั้นๆ และเพศเมียก็เช่นเดียวกัน การคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ควรเลือกสีและลักษณะให้เหมือนกันมากที่สุด ส่วนวิธีผสมพันธุ์ปลา ทำได้โดยเตรียมบ่อผสม เป็นบ่อซีเมนต์ขนาด 1- 4 ตรม. ใส่น้ำลึกประมาณ 30-50 ซม. ควรมีพืชน้ำจำพวกสาหร่าย จอก หรือพุ่มเชือกฟางด้วย เพื่อให้ลูกปลาเกิดใหม่ใช้หลบซ่อนตัว และหาตระกร้าพลาสติกที่มีรูขาดที่ลูกปลาสามารถลอดเข้าไปหลบได้ นำพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ที่คัดเลือก ปล่อยลงไปในอัตราส่วน เพศผู้ 120 ตัวต่อเพศเมีย 180 ตัวต่อบ่อ หรือเพศผู้ 1 ตัวต่อเพศเมีย 4-5 ตัว จำนวนปลาอาจมากหรือน้อยกว่าที่แนะนำมา ขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อที่ใช้เลี้ยง การให้อาหารควรให้อาหารสด (ลูกน้ำ ไรแดงหรือไรทะเล) ในตอนเช้า และอาหารสำเร็จรูปในตอนเย็น หลังจากนั้นประมาณ 26-28 วัน จะเริ่มเห็นลูกปลาเกิดใหม่ ให้แยกลูกปลาจากบ่อผสมออกทุกวัน ลูกปลาที่เกิดขึ้นวันแรก ถึงวันที่สี่แยกไปยังบ่ออนุบาล 1 บ่อ ทำเช่นนี้ไปเรื่อยจนกว่าลูกปลาจะหมด เพื่อให้ลูกปลามีขนาดใกล้เคียงกัน โดยให้มีปริมาณความหนาแน่นของลูกปลา 140-300 ตัวต่อบ่อ สำหรับการจัดเตรียมบ่ออนุบาลก็เช่นเดียวกับการเตรียมบ่อผสม อาหารที่ใช้เลี้ยงลูกปลา 2 สัปดาห์แรก ควรให้ไข่แดงต้มสุกบดผสมกับน้ำในปริมาณไม่มาก เนื่องจากปลายังตัวเล็ก ให้วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลาประมาณครึ่งเดือน จึงเปลี่ยนเป็นไรแดงตัวเล็กแทน เมื่อปลามีอายุได้ประมาณ 3 สัปดาห์ ให้ทำการคัดขนาดและแยกเพศปลาลงเลี้ยงในบ่อ โดยปลาเพศเมียจะมีจุดสีดำบริเวณท้อง เพศผู้ลำตัวเรียวเล็กกว่าเพศเมีย ปริมาณความหนาแน่นของปลาแต่ละบ่อประมาณ 200 - 300 ตัว อีกประมาณ 3 สัปดาห์ ก็สามารถคัดแยกเพื่อขาย หรือไว้เป็นพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์ต่อไป แต่การผสมครั้งต่อไป ควรหาพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์จากที่อื่น เพื่อป้องกันลูกปลาอ่อนแอเลือดชิดกัน
|
น้ำใสปลาสวย
|
ร้านค้าออนไลน์คนรักปลา | ตลาดซื้อ-ขายคนรักปลา | | กระทู้เด่นคนรักปลา |
|